|
แนะนำการจดทะเบียนและการเขียนแผนการศึกษา
ก้าวแรกสู่บ้านเรียนครั้งที่ 2 : วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551
กลับมาพบกับกิจกรรมก้าวแรกสู่บ้านเรียนครั้งที่ 2 ในหัวข้อ แนะนำการจดทะเบียนและการเขียนแผนการศึกษา โดยมี คุณชุมมาศ แป้งหอม เป็นตัวแทนของผู้ที่จดทะเบียนกับเขตพื้นที่การศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณวันชัย พีชะพัฒน์ ตัวแทนจากกลุ่มบ้านเรียนมัธยม ที่ยังมีปัญหากับการจดทะเบียนอยู่ และคุณอภิชัย เปรมผลกมล ที่เลือกจดทะเบียนกับ กศน.เป็นทางออกในขณะนี้

คุณชุมมาศได้แนะนำว่า
จุดเริ่มต้นที่สำคัญคือ สามีภรรยาต้องคุยกันอย่างถ่องแท้ก่อนว่า ตั้งใจให้ลูกเดินเส้นทางนี้หรือไม่ เพราะอะไร ความจำเป็นคืออะไร เมื่อตกลงใจแล้วว่าจะเลือกเส้นทางนี้ก็ต้องศึกษาหาข้อมูล จากหนังสือ จากการพูดคุย การประชุมสัมมนา แล้วมาดูที่ตัวลูกของเราบางเรื่องลูกเราก็ล้ำ แต่บางเรื่องก็ยังช้า ดังนั้นเราจึงต้องเอาลูกเป็นศูนย์กลาง แล้วลงมือ โดยต้องไม่เปรียบเทียบกับเด็กในโรงเรียน ให้มองที่ตัวลูก ณ เวลานั้น เพราะเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน
การไปสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ต้องไปทั้งสามีและภรรยา เพื่อเป็นการแสดงความพร้อมอย่างแรก ให้ไปที่ฝ่ายส่งเสริมการจัดการศึกษา แล้วแจ้งว่า ต้องการจัดการศึกษาแบบครอบครัวให้กับลูก จึงต้องการมาขอคำปรึกษา ปกติจะมีการสัมภาษณ์ก่อน ทุกคำถามต้องบอกเหตุผลที่แท้จริงอย่าอ้อมค้อม เพราะเราต้องผ่านอีกหลายด่าน ถ้าไม่ได้ยื่นคำร้องวันนั้นหรือเตรียมเอกสารไม่ครบ สามารถนำใบยื่นคำร้องกลับมากรอกที่บ้านได้ และให้ถามว่ามาได้เมื่อไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง ซึ่งมีกำหนดเวลาให้ทำทุกอย่างให้เสร็จภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันยื่นคำร้อง และตัวสำคัญที่ต่อจากคำร้องคือแผนการศึกษา แต่ส่วนใหญ่ทางราชการจะมักแก้แผน แต่ขอให้เราคงประเด็นหลักไว้ เมื่อเราเขียนแผนเรียบร้อยแล้วให้ถ่ายเอกสารคำร้องไว้เป็นหลักฐานว่าเราได้ดำเนินการขั้นตอนแรกของกฎหมายแล้ว ฝ่ายส่งเสริมฯดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งอาจจะมีปัญหาเรื่องความล่าช้าบ้าง
คุณวันชัย ตัวแทนกลุ่มบ้านเรียนมัธยม ที่รวมกลุ่มกัน 13 ครอบครัวจัดการศึกษา โดยใช้แนวทางการศึกษาแบบวอลดอร์ฟ ได้ยื่นการจดทะเบียนกับเขตพื้นที่ฯแบบกลุ่ม แต่ยังไม่ได้รับการอนุญาตจากเขตพื้นที่ มาเล่าประสบการณ์ให้ฟังดังนี้ เมื่อไปยื่นขอจดทะเบียนที่เขตพื้นที่ฯเขต 2 ขอจดทะเบียนเป็นกลุ่ม โดยเขียนแผนการศึกษาไปโดยไม่ได้สนใจเรื่องสาระทั้งแปดสาระ เน้นอธิบายแนวคิดวอลดอร์ฟ ซึ่งทางเขตพื้นที่บอกว่าจดเป็นกลุ่มไม่ได้ เมื่อเห็นว่าเราต้องการจดทะเบียนจริงๆ ก็เตรียมเอกสารมาให้ เราเอากลับมาเขียนที่บ้าน แต่พบปัญหา คือ ไม่สามารถเกลาเนื้อหาให้ตรงตามหัวข้อของเขาได้ เกิดจากปัญหาการตีความภาษาไทย และมีปัญหาอีกหลายอย่างๆ ที่เข้าใจไม่ตรงกัน ตอนนี้จึงแยกยื่นคำร้องเป็นรายบุคคลกันเกือบครบทุกคนแล้ว เหลือติดขัดเป็นบางคน แต่ตอนนี้เราก็เฉยๆกับขั้นตอนของราชการแล้ว เลยเริ่มมองกศน.อีกทางหนึ่ง

เมื่อพูดถึงการจดการศึกษานอกโรงเรียนหรือ กศน. คุณอภิชัย เปรมผลกมล ได้ถ่ายทอดให้ฟังว่า ตอนนี้ลูกอยู่ชั้นมัธยม ยอมรับว่าเรื่องการเขียนแผนฯ เป็นเรื่องที่ยุ่งยากสำหรับเรา เลยปรึกษาคนที่เคยจด กศน. บอกว่าให้ติดต่อไปทางกศน.ก่อน แต่ถ้าอายุยังไม่ถึง 16 ปี ต้องไปติดต่อกับเขตพื้นที่ก่อน เราก็ไปติดต่อตามที่บอก ข้อดีของกศน.คือ ถ้าเราขอจดกับเขตพื้นที่แล้ว จะไปเรียนที่ไหนก็ได้ในประเทศไทย วิธีการเรียนก็มีอยู่สามแบบ แบบแรก เรียนแบบกลุ่มสัปดาห์ละหนึ่งวัน วันละสามชั่วโมง เก้าโมงเช้าถึงเที่ยง เรียนวันไหนก็ได้ในสัปดาห์ ครอสหนึ่งมีสองวิชา มัธยมต้นจะใช้เวลาสองปี ถ้าเรียนสองวันก็จบภายในปีครึ่ง เขาจะเช็คจำนวนคนมาเรียน มีกิจกรรมเข้าค่าย คอมพิวเตอร์ กีฬาสี จริงๆแล้ววัตถุประสงค์ของกศน.คือช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีวุฒิการศึกษาแต่ต้องทำงาน ซึ่งจะมีหลายรุ่นหลายอายุ แบบที่สองคือเรียนทางไกล เราไม่ต้องไปเรียน แต่ต้องมีแฟ้มผลงานส่ง เวลาสอบก็ต้องสอบเหมือนแบบกลุ่ม แบบสามคือแบบสอบเทียบ ไม่ต้องเรียน ไปสอบเลยทีเดียว ใช้ความรู้ล้วนๆ ส่วนตัวผมมองวิชาการเป็นทางผ่านของชีวิต เราได้ปลูกฝังเรื่องความดีลงในจิตใต้สำนึกแล้ว ถ้าเขามีความสามารถอะไรแล้วนำมารวมกับวิชาการได้ เขาก็มีวิชาชีพเลี้ยงตัวเอง เราต้องมองว่าชีวิตที่เราให้กับเขา เขาสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขหรือเปล่า

หลายครอบครัวอาจจะเจอปัญหาที่แตกต่างกัน แต่ปัญหาทั้งหมดมีทางแก้และทางออก และทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีการและทางออกที่หลากหลายสำหรับผู้ที่จัดการศึกษาโดยบ้านเรียน
|