|
ห้องเรียนธรรมชาติ จากเรื่องราวในห้องเรียน สู่นกที่บางปู ๒๐ กันยายน ๒๕๕๑
จากการเรียนรู้ในห้องเรียนและรอบบ้าน เหล่าบ้านเรียนและครอบครัวเรียนรู้ร่วมกันได้มีโอกาสไปสัมผัสสถานที่จริง ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯนัก นั่นคือ สถานที่พักตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ ทุกครอบครัวและวิทยากรพร้อมเพรียงกันที่บางปูเวลา ๐๗.๓๐ น. ก่อนจะออกเดินเท้าสำรวจเส้นทางธรรมชาติ ทุกคนเตรียมพร้อม ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายรูป กล้องส่องนก น้ำประจำตัว ใจและกาย
ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ให้บริเวณบางปูมีลักษณะเป็นป่าชายเลน เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด เป็นทั้งที่วางไข่ แหล่งอาหาร และเป็นที่อยู่อาศัยให้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นได้เจริญเติบโต ผู้นำของเราในวันนี้คือน้าเกรียง (เกรียงไกร สุวรรณภักดิ์) วิทยากรผู้ชำนาญทั้งเรื่องนกและแมลง น้าเกรียงได้ทำข้อตกลงในการเดินเท้าสำรวจธรรมชาติกับเด็กๆว่า ไม่ส่งเสียงดัง ห้ามเก็บแมลง และห้ามทำลายต้นไม้ เราเป็นผู้มาเยือนจะต้องให้ความเคารพแก่เจ้าของสถานที่ และทุกคนต้องช่วยดูแลซึ่งกันและกันด้วย

หลายวันที่ผ่านมาฝนตกอย่างต่อเนื่อง พวกเราก็ใจตุ่มๆต่อมๆมาหลายวัน ไม่รู้ว่าวันนี้จะฝนตกอีกหรือไม่ แต่เหมือนธรรมชาติจะเป็นใจ เพราะฝนเพิ่งหยุดไปตอนเช้าตรู่นี่เอง แค่เริ่มเดินเท้าไม่กี่ก้าวก็รู้สึกสนุกแล้ว เพราะสภาพดินที่ถูกฝนชะทำให้เราต้องเดินกันอย่างระมัดระวัง
ฝนตกก็ดีอย่างหนึ่ง อากาศไม่ร้อน ต้นไม้มีความชุ่มฉ่ำ ปริมาณน้ำของป่ามาก เห็นไข่ของสัตว์น้ำที่ลอยเป็นแพ หรือเจอเจ้าถิ่นอย่างปลาตีนที่มีชื่อไพเราะว่า ปลาจุมพวด ว่ายชูคอเห็นตากลมโต ไม่ว่ายจมน้ำเหมือนปลาชนิดอื่นๆ ใครไม่เคยเห็นต้องถ่ายรูปเก็บกันไว้ ไม่เพียงแต่ต้นแสมและต้นโกงกางที่เราเจอ เรายังได้เห็นต้นมะแว้ง ต้นชะคราม ที่ออกดอกสวยงาม และสามารถเลื้อยต้นไม้ใหญ่ไปสูงสุดเท่าที่จะสูงได้ ทำให้เราเห็นว่าป่ามีความอุดมสมบูรณ์ มีแมลงที่กินน้ำเลี้ยงจากดอกไม้ และต้นไม้บางพันธุ์ที่ขึ้นในเมืองก็มาขึ้นในป่าชายเลนได้เหมือนกัน เดินไปก็ต้องหยุดกันเป็นระยะๆ เพราะเด็กๆ สำรวจอย่างจริงจังกันตลอดทาง เจอแมลง เจอปลา เจอรูก็ร้องเรียกให้มาดูกัน รูที่เห็นอยู่ตามดินก็สันนิษฐานได้ว่าเป็นรูปู แต่บางรูมันใหญ่จัง แสดงว่าตัวใหญ่น่าดู เด็กๆเห็นแล้วก็รีบกระโจนเข้าไปดูใกล้ๆ


แล้วเราก็ได้แวะจุดส่องนกที่แรก ทุกคนตั้งกล้องและตั้งใจส่องนกกัน เราได้เจอนกกินเปี้ยว นกกาน้ำ นกตีนเทียน ฯลฯ มาบินโชว์ให้เราเห็น เมื่อเด็กๆ ได้เห็นแล้วก็ต้องบันทึกและวาดรูปเก็บกันเอาไว้

เราเดินเท้ากันต่อจนมาถึงทางสะพานเหนือน้ำที่มีแต่ต้นโกงกาง ต้นโกงกางมีลักษณะเด่นของรากที่ลอยเหนือน้ำเพื่อหายใจ และและยอดอ่อนที่ปักบนดินเลน แล้วเราก็มาเจอจุดส่องนกจุดที่สอง ณ ตรงนี้เราได้นกยางโทนและนกกาน้ำ และเป็นที่ทำรังของพวกมันด้วย เพราะได้เห็นพ่อแม่ให้อาหารลูกนก ได้เห็นนกพูดคุยกันเสียงดัง (หรือมันทะเลาะกันก็ไม่รู้) เห็นนกเล่นน้ำ และบินโชว์ตัวโฉบไปโฉบมา ใครมีกล้องถ่ายรูปก็กดชัตเตอร์รัวกันไม่หยุด ใครไม่ได้จับกล้องก็คอยกำกับอยู่ข้างๆว่า นั่นๆๆ มันบินแล้วๆ นั่นๆๆ มันให้อาหารลูก นั่นๆๆ มันจู๋จี๋กัน ยิ่งกำกับก็ยิ่งดังขึ้น จนน้าเกรียงบอกว่า เบาๆ เดี๋ยวมันได้ยินแล้วจะบินหนีไป

เมื่อเราได้เห็นนกและเก็บภาพจนอิ่มใจแล้ว ก็มาถึงกิจกรรมผู้นำและผู้ตาม โดยอาป้อม (ศุภลักษณ์ ทัดศรี) เกมนี้ผู้ชี้ทางที่อยู่ท้ายแถวต้องบอกท้ายลูกแถวที่อยู่ด้านหน้า โดยการใช้มือตบบ่า ตบซ้ายคือเลี้ยวซ้าย ตบขวาคือเลี้ยวขวา ตบสองข้างพร้อมจับคือเดินหน้า ถ้าเอามือแตะหัวคือหยุด เกมนี้หวาดเสียวมิใช่น้อย เพราะเด็กๆต้องเดินขบวนอยู่บนสะพาน ถ้าบอกพลาดก็ตกสะพานแน่นอน แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ใครที่ไม่ได้เล่นก็ช่วยดูแลและลุ้นอยู่ห่างๆ

แล้วเราก็ขึ้นมาอยู่หอดูนก สูงประมาณตึกสามชั้น สิ่งที่เราเห็นเมื่อมองลงมาจากข้างบนคือป่าโกงกางที่ขึ้นเต็มพื้นที่ป่าชายเลน เมื่อเข้าสู่ยามบ่าย น้าเกรียงพูดคุยสรุปกับเด็กๆว่า วันนี้เราได้เจออะไรในป่าชายเลนบ้าง? อะไรที่เด็กๆสงสัยกัน? ความประทับใจของเด็กๆคืออะไร? จากนั้นพ่อดลแดนจึงนำเข้าสู่กิจกรรมวาดภาพสิ่งมีชีวิตที่ประทับใจลงภาพโปสการ์ด ความประทับใจของเด็กที่อยู่ข้างในก็ได้ถ่ายทอดออกมาสู่ภาพวาดอวดให้ทุกคนได้ชื่นชมกัน กิจกรรมท้ายสุดและสุดท้ายของวันนี้คือ การขี่จักรยานชมพระอาทิตย์อัสดง เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไป ทุกคนก็ต้องบอกลาและขอบคุณป่าชายเลนรวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ให้ความรู้อย่างมากมายมหาศาลแก่พวกเรา
ห้องเรียนธรรมชาติ ดูนกที่บางปู ครั้งนี้เป็นเรื่องต่อยอดจากที่ทุกคนได้เรียนรู้เรื่องแมลงและนกในห้องเรียนและรอบบ้าน ทุกครอบครัวได้นำเรื่องการสร้างสมาธิ ประสาทสัมผัส การรู้จักชีวิตของแมลง-นก การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ มาเป็นกระบวนการศึกษาธรรมชาติ ทำให้รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในห้องเรียนนั้นได้เกิดขึ้นจริงบนโลกใบนี้ เราสามารถเห็นและสัมผัสได้จริง เราเชื่อว่าเมล็ดพันธุ์แห่งการสำนึกรักษ์ธรรมชาติได้ถูกฝังลงสู่หัวใจของทุกคนแล้ว และรอวันที่จะเจริญงอกงามออกดอกออกผลในวันข้างหน้า หากพวกเราช่วยกันดูแลรดน้ำกันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อธรรมชาติจะคงอยู่กับโลกเราตลอดไป
ห้องเรียนฯจะพาไปสัมผัสธรรมชาติที่ใดอีก โปรดติดตามข่าวสารกันและจะมานำเสนอโอกาสหน้าค่ะ
ดูภาพเพิ่มเติม>> |