|
ลูกเป็นของขวัญจากสวรรค์
กิจกรรมกลุ่มช่วยเหลือซึ่งกันและกันครั้งที่ ๑
วันอาทิตย์ที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๑
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๕ ตุลา ได้เกิดกิจกรรมกลุ่มช่วยเหลือซึ่งกันและกันครั้งที่ ๑ ซึ่งจัดขึ้นสำหรับครอบครัวที่มีบุตรต้องการความพิเศษ วิทยากรที่ให้เกียรติกับสมาคมฯ คือ คุณกลาง สิริมิตร ทวีปรังษีนุกูล ที่ปรึกษากลุ่มห้องเรียนต้นรักและเป็นคุณแม่ของลูกที่มีความพิเศษ และเลี้ยงดูให้ความรักตลอดยี่สิบเอ็ดปี
เริ่มกิจกรรมกันด้วยเพลง สวัสดี วิทยากรนำให้ทุกคนยืนล้อมวงสัมผัสมือกันขณะร้องเพลงสวัสดี สับเปลี่ยนไปทีละคู่ พร้อมกับยกมือไหว้และน้อมหัวให้แก่กัน รอยยิ้มเกิดขึ้นพร้อมกับเสียงเพลงตลอดการทักทายจนครบทุกคน ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี ได้เลียนแบบกิจกรรมเข้าจังหวะของเด็กๆ ผู้ใหญ่อย่างเราต้องเห็นความสำคัญกับกระบวนการแบบเด็กๆนี้ก่อน เพราะต่อไปนี้เราจะพูดคุยกันถึงลูกของเรากันแล้ว แต่ก่อนจะเล่าเรื่องของลูกนั้น วิทยาการขอให้แนะนำตัวเพื่อให้ทุกคนรู้จักกันมากขึ้น แล้วเราได้เห็นว่า กลุ่มหนึ่งมาร่วมกิจกรรมเพื่อรับความรู้ใหม่จนถึงประสบการณ์จากรุ่นพี่ที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษกลับไป กับอีกกลุ่มที่ต้องการมาแชร์ประสบการณ์และให้กำลังใจ พร้อมๆกับพบเพื่อรู้จักเพื่อนใหม่ ถือเป็นการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อหวังจะได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความพิเศษของลูกแต่ละคนแตกต่างกันออกไป ไม่สามารถจะศึกษาค้นคว้าหาคำตอบได้ในหนังสือตำราเล่มใดเล่มหนึ่ง นอกเสียจากความรักความเอาใจใส่จากคนใกล้ชิดและคนที่ลูกไว้ใจที่สุด ซึ่งก็คือพ่อและแม่นั่นเอง

วิทยากรได้นำสู่กิจกรรมโดยใช้ศิลปะเป็นสื่อกลาง โดยช่วงแรกหลังจากทุกคนรู้จักกันดีแล้วนนั้น ทุกคนได้วาดรูปลูกในใจเรา โดยใช้สีไม้และสีเทียน ทุกคนได้ถ่ายทอดความรักและความเอาใจใส่ในรายละเอียดของลูก แสดงออกมาทางภาพได้ชัดเจน แม้จะบอกว่าวาดไม่เก่งบ้าง วาดไม่เป็นบ้าง แต่ภาพที่ได้นั้นสวยงามมีชีวิตชีวา มีตัวตนของลูก ที่สำคัญมีความรักจากคนวาดอย่างเต็มเปี่ยม หลายคนทึ่งในความงามครั้งนี้ และมีความหมายมากเมื่อทุกคนนำเสนอภาพทีละคนทีละคน ทุกคนได้ลงความเห็นเดียวกันว่า ความสุขอยู่ในภาพเหล่านั้น แม้ลูกจะมีความพิเศษแตกต่างกัน แต่ความยากลำบากในการดูแลก็ไม่ปรากฏในภาพเลยแม้แต่น้อย

เมื่อมาถึงช่วงสำคัญช่วงหนึ่งคือ ช่วงบอกเล่าความพิเศษที่มีอยู่ในตัวลูกรัก ความยากลำบาก ความพิเศษทั้งมวลกลับกลายเป็นพลังให้แม่และพ่อได้ฝึกฝนและฝึกหัดเพื่อค้นหา ศึกษา รวบรวมกำลังกาย กำลังใจ และสติปัญญา ฝ่าฟัน ต่อสู้อย่างน่ายกย่อง และมองลูกเป็นของขวัญล้ำค่าที่จะประคับประคองให้ได้ดีที่สุด สุดท้ายผู้เข้าร่วมยังยืนยันความคิดความรู้สึกนี้ลงบนงานศิลปะสีน้ำอีกครั้ง ภาพที่ได้ออกมาในแนวนามธรรม บอกถึงสิ่งที่ทุกคนกำลังคิดและเตรียมรับมือกับสภาพสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบกายลูก อย่างไรก็มิอาจทำลายหรือทำร้ายลูกได้ วิทยากรให้ความเห็นว่า ได้เกิดเป็นสิ่งใหม่ที่งดงาม ต้องมองให้ลึกซึ้ง มองให้เห็นตัวตนของเขา แล้วพาเขาออกมาสู่โลกที่งดงาม โดยที่เราประคับประคองเขาอยู่ นอกจากภาพจะบอกสิ่งที่อยากให้เป็นหรือความสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกแล้ว ยังสามารถบอกตัวตนของเราได้อีกด้วย

สุดท้ายทุกคนได้ร่วมกันร้องเพลง ตรงเส้นขอบฟ้า (พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ) ซึ่งเป็นเพลงที่ให้กำลังใจกับทุกคน
ตรงเส้นขอบฟ้ารุ่งเรือง เมืองที่เราใฝ่ฝัน
เก็บความสั่งสมนมนาน เป็นสายธารสดใส
จะไปให้ถึง คนงาม ถามว่าเป็นสุขไหม
แบกความสับสนวุ่นวาย บรรทุกความทรงจำ
ทั้งๆที่รู้ร่างกาย มากมายแพ้ใจอกช้ำ
ไม่โทษไม่ถามใครทำ จะไม่ช้ำในรอยแผลเก่า
ตรงเส้นขอบฟ้ารุ่งเรือง เมืองที่เราใฝ่ฝัน
เก็บความสั่งสมร่วมกัน เป็นสายธารสดใส
จะไปให้ถึงเมืองงาม ถางเส้นทางเบิกสาย
เอาซากความหลังยันกาย อนาคตเป็นสะพาน
ทั้งๆที่รู้ว่าไกล จะไปแม้ไกลกว่านั้น
กี่เดือนกี่ปีกี่วัน คืบคลานพ้นผ่านเพื่อเธอ
เพื่อวันที่หวัง ยังรอต่อไป ด้วยใจมั่นคงหลงคอยแล
แม้คืนวันไกลห่าง ไม่จืดจางร้างลา
แม้เวลาร่วงเลย อยู่เป็นนิรันดร์
ตลอดสามช่วง ลักษณะการจัดกระบวนการออกมาในเชิงอ่อนโยนเป็นมิตร วิทยากรเป็นผู้มีประสบการณ์ดูแลลูกที่เป็นเด็กพิเศษมาตลอดยี่สิบปี และอุทิศตนให้กับงานชีวิตครั้งนี้ วิทยากรใช้หัวใจที่เข้าใจพ่อแม่กลุ่มนี้มาดำเนินกิจกรรมมาใช้ มิใช่ใช้ความเป็นผู้รู้มานั่งอบรมแล้วบอกพ่อแม่ว่าจงคิดว่าลูกเป็นของขวัญจากสวรรค์ แต่สุดท้ายทุกคนก็มีบทสรุปดังหัวข้อเรื่องได้ตามเจตนารมย์ของกิจกรรม
|